8 จุดไฮไลท์ไม่ควรพลาดรอบภูเขาทองกับวัดสระเกศ

Golden-Mountain

Golden-Mountain-Saket-Temple

สำหรับใครที่หลงรักการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) คงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่ใครหลายๆ คนไม่พลาดที่จะแวะเวียนเข้าไปไหว้พระทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ชมความงดงามของศิลปะสมัยกรุงศรีอยุธยา และเดินขึ้นบันไดไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุบนยอดภูเขาทอง ชมทิวทัศน์ของเมืองบางกอกไปพร้อมๆ กัน

เสร็จจากการทำบุญไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว ก็ได้เวลาชมความงดงามของวัดกัน  แต่ก่อนอื่นๆ เราไปทราบประวัติกันก่อนดีกว่า “วัดสระเกศ” หรือ “วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร” สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นวัดโบราณที่เดิมใช้ชื่อว่า วัดสะแก และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่พร้อมขุดคลองล้อมรอบพระอาราม เมื่อแล้วเสร็จจึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ ที่ให้ความหมายว่า ชำระพระเกศา เนื่องด้วยเคยประทับทำพิธีพระกระยาสนาน (อาบน้ำ) ครั้งเสด็จกรีธาทัพกลับจากกัมพูชามาปราบจลาจลในกรุงธนบุรี และเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติใน พ.ศ. 2325

ถึงเวลาพาไปชมความงดงามของวัดสระเกศกันแล้ว ขอบอกไว้เลยว่า 8 จุดไฮไลท์รอบภูเขาทองแห่งนี้ แฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ไทยที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ว่าแล้วเริ่มต้นกันที่ พระอุโบสถ กันก่อนเลย พระอุโบสถวัดสระเกศ เป็นพระอุโบสถที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 1 แทนพระอุโบสถเดิมของวัดสระแก ภายในพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระประธาน” พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะสมัยอยุธยา ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่พร้อมกับการสร้างพระอุโบสถ ในสมัยรัชกาลที่ 1 ด้วยการลงรักปิดทองทับองค์เดิม ล้อมรอบด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความประณีตงดงามน่าประทับใจมากเลยทีเดียว

ไฮไลท์จุดที่ 3 ไปกันที่ “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” ที่มีอายุกว่า 200 ปี มีประวัติสำคัญคือหน่อพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้ เป็น 1 ใน 3 หน่อ ที่กษัตริย์ศรีลังกา ได้พระราชทานถวายแด่รัชกาลที่ 2 ครั้งส่ง สมณทูตไปสืบพระพุทธศาสนาในลังกา โดยพระองค์เสด็จพระราชดำเนินทรงปลูกด้วยพระองค์เอง ในปี พ.ศ. 2357 และได้พระราชทานน้ำสรงต้นพระศรีมหาโพธิ์ในวันสงกรานต์  จึงนับเป็นโบราณราชประเพณีปฏิบัติสืบเนื่องมาเป็นประจำทุกปี  ส่วนอีก 2 หน่อพระศรีมหาโพธิ์ทรงโปรดให้ปลูกไว้ที่ วัดสุทัศน์ และวัดมหาธาตุ

Golden-Mountain-photo

พาเดินมาต่อกันที่ไฮไลท์จุดที่ 4 พระวิหารหลวงพ่ออัฏฐารส เป็นพระวิหารที่ประดิษฐาน “พระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร” ศิลปะสมัยสุโขทัยตอนต้นอายุกว่า 700 ปี ที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญมาจาก “วัดวิหารทอง” จังหวัดพิษณุโลก มาประดิษฐานที่วิหารแห่งนี้ เป็นพระพุทธรูปทรงยืนที่มีความสูงถึง 10.75 เมตร

มาถึงบันได 433 ขั้น ชมความงามของ พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ไฮไลท์จุดที่ 5 กัน ประวัติความเป็นมาเริ่มตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 3 ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นปูชนียะสถานในพระนครแต่ก็เกิดการทรุดลงเสมอเพราะพื้นดินที่ตั้งนั้นเป็นดินโคลนติดน้ำ ในสมัยรัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2406 ได้โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นมาใหม่ เป็นแบบภูเขา มีพระเจดีย์อยู่ด้านบน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอด โดยพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปวางศิลาฤกษ์ด้วยพระองค์เอง และโปรดเกล้าฯ เปลี่ยนชื่อจากภูเขาทองเป็น “บรมบรรพต” แต่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ จวบจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้ทำการก่อสร้างพระบรมบรรพตจนแล้วเสร็จ

กราบสักการะ “พระบรมสารีริกธาตุ” ที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในผอบพร้อมจารึกพราหมีนี้ ทางรัฐบาลอินเดียได้น้อมเกล้าถวายแด่รัชกาลที่ 5 และได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้บรรจุไว้ในพระบรมบรรพต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2442

ชมความงามของพระบรมบรรพต สักการะพระบรมสารีริกธาตุ แล้ว จุดต่อไปก็แวะไปสักการะ “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่เล่ากันว่าสร้างขึ้นในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้นๆ ไว้ให้ผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาสักการะองค์บรมบรรพตได้สักการบูชาองค์หลวงพ่อดำแทน ต่อกันที่จุดสุดท้าย สักการะไหว้พระ “หลวงพ่อโต” ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะปิดทอง หน้าตักกว้าง 7 ศอก 1 คืบ และสูงถึง 10 ศอก นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่มากองค์หนึ่ง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร(ภูเขาทอง) อยู่ริมคลองมหานาคและคลองรอบกรุง แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.